คลัง-ดีเอสไอ จัดหนักแก๊งแชร์ลูกโซ่!

ข่าวเศรษฐกิจ-ล่าสุด

คลัง-ดีเอสไอจับมือสาวเอาผิดถึงต้นตอ จัดหนักแก๊งแชร์ลูกโซ่!

“คลัง-ดีเอสไอ” หารือแนวทางปราบแชร์ลูกโซ่ เพื่อให้สามารถสาวถึงต้นต่อ พร้อมบอก 4 ลักษณะของแชร์ลูกโซ่ที่เป็นการหลอกหลวงฉ้อโกง ประชาชน ปัจจุบันรูปแบบแชร์ลูกโซ่มีหลากหลายรูปแบบมาก แต่หลีกเลี่ยงกฎหมายฉ้อโกง เผยโทษหนักถึงขั้นยึดทรัพย์

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้หารือถึงแนวทางการปราบปรามการฉ้อโกงประชาชน โดยเฉพาะแชร์ลูกโซ่ เนื่องจากปัจจุบันรูปแบบของแชร์ลูกโซ่มีหลากหลายรูปแบบมากยิ่งขึ้น และมีความพยายามหลีกเลี่ยงข้อกฎหมายการฉ้อโกงประชาชน เพราะหากเข้าข่ายความผิดฐานการฉ้อโกงประชาชนจะมีบทลงโทษค่อนข้างหนักและอาจถูกยึดทรัพย์ได้

สำหรับกฎหมายที่ใช้กับการกระทำในลักษณะแชร์ลูกโซ่นั้น ได้อาศัยพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 ซึ่งดีเอสไอเป็นหน่วยปฏิบัติงานตามกฎหมาย ดีเอสไอจึงมาหารือกระทรวงการคลัง เพื่อดูว่าขอบเขตของการใช้กฎหมายฉบับนี้เป็นอย่างไร เพื่อให้สามารถครอบคลุม กรณีการกระทำอันเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่กว้างขวางมากขึ้น เพื่อเป็นการคุ้มครองประชาชน

ข่าวเศรษฐกิจ-วันนี้

“พ.ร.ก.การกู้เงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เป็นกฎหมายที่มีรัฐมนตรีว่าการ 2 กระทรวงเป็นผู้รักษาการตามกฎหมาย คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยฐานความผิดการกระทำการเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ คือ 1.มีการชักชวนให้ร่วมลงทุนตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป 2.มีการเสนอให้ผลตอบแทนในอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงสุดของสถาบันการเงิน และ 3.ประกอบธุรกิจไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ได้ประกอบธุรกิจใด แต่ใช้วิธีหมุนจ่ายเงินมาให้กับผู้ที่หลงเข้ามาลงทุน ซึ่งโทษของผู้กระทำความผิดฐานแชร์ลูกโซ่ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 50,000 บาทถึง 1 ล้านบาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่”

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้บอกลักษณะของแชร์ลูกโซ่ที่มีลักษณะมุ่งหารายได้ โดยหลอกลวงระดมเงินทุนจากสมาชิก ดังนี้ คือ 1.เน้นการหาสมาชิกใหม่ ชักจูงให้นำเงินมาลงทุนในกิจการทั้งที่ไม่มีการลงทุนจริง 2.อ้างว่าจะได้ผลตอบแทนสูงในระยะสั้น และชี้ให้เห็นว่ามีผู้ได้รับผลตอบแทนสูงจริง 3.ใช้วิธีการจัดคิวเงิน หรือโยกย้ายเงิน โดยนำเงินลงทุนของสมาชิกใหม่ไปจ่ายให้แก่สมาชิกเก่า 4.เมื่อถึงจุดที่ไม่สามารถหาสมาชิกใหม่ได้เพิ่มขึ้น การจ่ายเงินผลตอบแทนตามสัญญาไม่สามารถทำได้ จึงปิดกิจการและหนี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่เป็นข่าวโด่งดังคือ กรณีฟอร์เร็กซ์ ทรีดี (Forex-3D) ที่มีการระดมเงินทุนจากคนเป็นจำนวนมาก คิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านบาท โดยอ้างว่านำไปลงทุนในอัตราแลกเปลี่ยน และมีการโฆษณาว่าประชาชนคนไหน อยากลงทุนเรื่องสกุลเงินสามารถเอาเงินต้นมาฝากไว้กับเว็บไซต์ Forex-3D โดยบริษัทจะเอาเงินต้นดังกล่าวไปลงทุนให้ แล้วจะโอนเงินกำไร 10% ของเงินต้นเข้าบัญชีให้ทุกเดือน ส่วนเงินต้นไม่สามารถถอนได้ในช่วง 3 เดือนแรก หมายความว่าภายใน 10 เดือนจะได้ผลตอบแทนเท่ากับเงินต้นที่ลงทุนไป โดยสิ่งที่ Forex-3D กล่าวอ้างก็คือ พวกเขามีทีมงานที่มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจอยู่ในระดับโลก

นอกจากนั้น ยังมีการใช้งานระบบปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะ (AI) สามารถคำนวณได้อย่างแม่นยำที่สุด ว่าค่าเงินสกุลใดจะขึ้นหรือลงในแต่ละวัน แต่ที่สุดแล้วดีเอสไอ ได้ดำเนินคดีในการหลอกลวงประชาชน ดังนั้นควรนำกรณีของฟอร์เร็กซ์มาวิเคราะห์ถึงช่องว่างของกฎหมาย เพื่อกำหนดแนวทางที่รัดกุมต่อไป.

แนะนำข่าวเศรษฐกิจ อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กเลย : ‘เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู’ ร้อง ป.ป.ช. สอบกรมศุลกากร-กรมปศุสัตว์ กล่าวหาปล่อยขบวนหมูเถื่อน